🚜ผอ.สพข.12 ร่วมกิจกรรม “ไถกลบตอซังเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและแร่ธาตุในดิน” ประจำปีงบประมาณ 2569
7 เม.ย. 2569
19

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน 2569 นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 พร้อมด้วยนายอาทิตย์ ภูมิหึงษ์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินยะลา และเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินยะลาจัดกิจกรรม “ไถกลบตอซังเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและแร่ธาตุในดิน” ประจำปีงบประมาณ 2569 กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถานีพัฒนาที่ดินยะลาและสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา โดยมีนายกิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หมอดินอาสา และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม ณ แปลงนาข้าว หมู่ที่ 1 ตำบลบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปรับปรุงบำรุงดินและการรักษาสิ่งแวดล้อม การไถกลบตอซังและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเปรียบเสมือนการ “คืนชีวิตให้ดิน” และในสภาวะปัจจุบันที่ราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง การไถกลบตอซังและการใช้พืชปุ๋ยสดอย่างปอเทือง จะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นการช่วยประเทศลดวิกฤตฝุ่นละออง PM 2.5 และภาวะโลกร้อน เพื่อส่งต่ออากาศที่บริสุทธิ์และที่ดินที่อุดมสมบูรณ์

ในการจัดโครงการฯ ในครั้งนี้มีกิจกรรมการสาธิตการไถกลบตอซังร่วมกับการหว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทือง ซึ่งเป็นพืชปุ๋ยสด การหว่านสารปรับปรุงดิน (โดโลไมท์) และการรดน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเร่งการย่อยสลายและเพิ่มแร่ธาตุในดิน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของทัั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเพื่อสนับสนุนให้หมอดินอาสาและเกษตรกรใช้เทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินในการพัฒนาพื้นที่การเกษตรของตนเอง ลดปัญหาการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก ที่ส่งผลให้โครงสร้างดินเสื่อมโทรม สูญเสียจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และยังเป็นสาเหตุหลักของปัญหา
มลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 และเป็นแนวทางให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการจากการเผา มาเป็นการไถกลบตอซังทดแทน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและคืนแร่ธาตุอาหารที่จำเป็นลงสู่ดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหาร ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเป็นการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนต่อไป