ปกเว็บไซต์ สถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต

สพด.ภูเก็ต พัฒนาพื้นที่ลุ่ม–ดอนอย่างยั่งยืน ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ


date 31 มี.ค. 2569    18   

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 สถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจรับงานจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่ลุ่ม–ดอน ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ พื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านอ่าวปอ ตำบลป่าคลอก และพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านม่าหนิก ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนการประกอบอาชีพด้านการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน          

              นายทรงวุฒิ แสงสุริยะ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต เปิดเผยระหว่างการลงพื้นที่ว่า โครงการดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญของการปรับปรุงพื้นที่การเกษตร โดยมีการดำเนินงานก่อสร้างใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การก่อสร้างทางลำเลียงในไร่นา เพื่อแก้ปัญหาการขนส่งผลผลิต และการสร้างฝายชะลอน้ำดินซีเมนต์ ซึ่งจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และเป็นแหล่งสำรองน้ำที่สำคัญสำหรับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง

               ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นางสาวเพชรา วรรณเพชร นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ทำหน้าที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมด้วย นางสาวฐิตาภา จอมเลิศ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ และนายวรายุทธิ์ วงศ์ชู เจ้าหน้าที่   แผนที่ภาพถ่าย ในฐานะคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ร่วมกับนางสาวนาฏกมล แก้วพิชัย นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการผู้ควบคุมงาน และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความเรียบร้อยของงานก่อสร้างตามแบบมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดิน

               ทั้งนี้ การดำเนินงานจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่ลุ่ม–ดอน เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกรมพัฒนาที่ดินที่มุ่งเน้นการฟื้นฟู ลดการชะล้างพังทลายของดิน และรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดินและน้ำ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และชุมชนในพื้นที่ให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

               สถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต ได้ตระหนักถึงการติดตามและควบคุมคุณภาพการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ว่า โครงสร้างที่ดำเนินการก่อสร้างจะสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในระยะยาว อันจะนำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต