รองอธิบดี “สุชล” ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามงานตามนโยบายของกรมพัฒนาที่ดิน และเยี่ยมเยียนหมอดินอาสาจังหวัดสตูล
4 ก.ค. 2569
2
วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น.นายสุชล แก้วเกาะสะบ้า อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ลงพื้นที่จังหวัดสตูลเพื่อติดตามงานตามนโยบายกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ผอ.สพด.สังกัดสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ผอ.กลุ่ม/ฝ่าย สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 โดยมี นายอิทธิศักดิ์ ขุนทอง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสตูล และเจ้าหน้าที่ สพด.สตูล ให้การต้อนรับ โดย รองอธิบดี ลงพื้นที่ติดงานในจังหวัดสตูล ดังนี้

เยี่ยมให้กำลังใจหมอดินอาสาเจ้าของ “สวนผักตาหวาน” การปลูกผักกระเบื้องเพื่อการค้าโดยใช้เทคโนโลยีกรมพัฒนาที่ดิน ณ แปลงของนายสมศักดิ์ จันทรักษ์ หมอดินอาสาประจำตำบลควนกาหลง ซึ่งดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรในเรื่องของการปลูกผักปลอดสารพิษบนกระเบื้อง เป็นอีกหนึ่งในการทำการเกษตรแบบง่ายๆ ด้วยต้นทุนที่ประหยัด บนพื้นที่ที่จำกัด นำนวัตกรรมต่างๆของกรมพัฒนาที่ดินเข้ามาใช้ เช่น การทำปุ๋ยหมักและน้ำหมัก การไล่แมลงด้วยน้ำหมัก พด.7 และยังเป็นการสร้างรายได้ให้ครอบครัว เนื่องจากมีการส่งขายตามสถานที่ต่างๆ

รองอธิบดีฯ พบปะเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินสตูลและร่วมประชุมรับฟังรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนิน ผลการเบิกจ่าย ปีงบประมาณ 2569 พร้อมทั้งได้แนะแนวทางการดำเนินงานและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายตามนโยบายกรมพัฒนาที่ดิน

ติดตามงานโครงการพัฒนาพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ที่เหมาะสมของจังหวัดภาคใต้ ณ แปลงของครอบครัววังละ (เจ้าของ 4 ราย) พื้นที่ ต. แป-ระ อ. ท่าแพ จ. สตูล เป็นโครงการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ถูกทิ้งร้างให้กลับมาสร้างรายได้หมุนเวียนอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น จัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำปรับเปลี่ยนพื้นที่นาร้างมาเป็นสวนปาล์ม โดย รองอธิบดีฯ ได้ให้คำแนะนำเกษตรกรและเน้นย้ำให้มีการขยายผลองค์ความรู้การจัดการดินเพื่อยกระดับความเป็นอยู่และสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรมให้แก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ช่วงบ่าย นายอิทธิศักดิ์ ขุนทอง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสตูล ติดตามคณะ รองอธิบดีฯ ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรหมอดินอาสา : นางนุสร รุ่งพรหม "สวนรุ่งพรหม" ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการเลี้ยงไส้เดือนด้วยมูลวัวเพื่อทำปุ๋ย อีกทั้งยังต่อยอดด้วยการเพาะเห็ดมิลกี้ โดยนำก้อนเชื้อมาบ่มด้วยมูลไส้เดือน เป็นวงจรการผลิตที่ช่วยสร้างรายได้และใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
---------------------------

รายงาน : งานประชาสัมพันธ์ พด.สตูล