ปกเว็บไซต์ สถานีพัฒนาที่ดินยะลา

รองอธิบดี "สุชล" ลงพื้นที่ชายแดนใต้ จ.ยะลา เดินหน้าปรับรูปแปลงนา ยกระดับศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าว ต.บันนังสาเรง


date 3 ส.ค. 2569    7   
🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾🌾
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายสุชล แก้วเกาะสะบ้า รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตำบลบันนังสาเรง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เพื่อติดตามกิจกรรมอนุรักษ์ดินและน้ำ พบปะรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพี่น้องเกษตรกรชาวนา พร้อมติดตามการปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 1 และไถปรับระดับพื้นที่นา จำนวน 125 ไร่ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านรูปแปลง การจัดการน้ำ และการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร
นายอุสมาน เซ็ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบันนังสาเรง ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบันนังสาเรง กล่าวต้อนรับรองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินและคณะ พร้อมขอบคุณกรมพัฒนาที่ดินที่ให้ความสำคัญและจัดสรรงบประมาณพัฒนาพื้นที่นาของเกษตรกร ซึ่งช่วยปรับสภาพแปลงนาให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูกและตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายอาทิตย์ ภูมิหึงษ์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินยะลา กล่าวว่า กิจกรรมนี้เกิดจากการผลักดันของหมอดินอาสาร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินยะลา หลังพบว่าพื้นที่นาบางส่วนมีระดับไม่สม่ำเสมอ คันนาไม่เหมาะสม บริหารจัดการน้ำได้ยาก และเป็นอุปสรรคต่อการใช้เครื่องจักร จึงร่วมกันสำรวจปัญหา รับฟังความต้องการ และผลักดันแนวทางแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง
ด้าน นายสุชล แก้วเกาะสะบ้า เน้นย้ำว่า กรมพัฒนาที่ดินให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การพัฒนาต้องแก้ไขให้ตรงจุด ควบคู่กับการจัดการดินและน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างคุ้มค่า ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การปรับรูปแปลงนาและไถปรับระดับพื้นที่จะช่วยให้ควบคุมและกระจายน้ำได้สม่ำเสมอ ลดปัญหาน้ำขัง เอื้อต่อการใช้เครื่องจักร ลดภาระแรงงาน และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการแปลงนา โดยเป็นผลจากความร่วมมือของกรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 สถานีพัฒนาที่ดินยะลา องค์การบริหารส่วนตำบลบันนังสาเรง หมอดินอาสา และเกษตรกรในพื้นที่
นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาพื้นที่นาข้าวให้เกิดผลยั่งยืนต้องเชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในแปลงนา การปรับปรุงบำรุงดิน การถ่ายทอดองค์ความรู้ ไปจนถึงการติดตามดูแลหลังดำเนินงาน โดยสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 พร้อมสนับสนุนและขยายผลไปยังพื้นที่ที่มีความพร้อม พร้อมขอให้เกษตรกรร่วมกันดูแลรักษาระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่และชุมชนในระยะยาว