ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แห่งนี้นับเป็นพื้นที่ต้นแบบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนระบบจากเกษตรเชิงเดี่ยว (ปาล์มน้ำมัน) ก้าวสู่ระบบเกษตรผสมผสานตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงประยุกต์ใช้นวัตกรรมที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลผลิตและสร้างรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี
ปัจจุบัน ภายในแปลงเรียนรู้ได้แบ่งสัดส่วนการปลูกพืชอย่างเกื้อกูลกัน อาทิ สละ พืชผัก สมุนไพร และไม้ผล เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านรายได้ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการดินและน้ำอย่างเป็นระบบ ได้แก่ การใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตลอดจนการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน แม้ในห้วงที่ผ่านมาต้นทุนการผลิตจะปรับตัวสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่ศูนย์ฯ แห่งนี้ยังสามารถบริหารจัดการจนเกิดรายได้สุทธิอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของระบบเกษตรผสมผสานที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพืชเชิงเดี่ยวได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดินพร้อมให้การสนับสนุนองค์ความรู้ ปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับให้ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ต่อไป








