ปกเว็บไซต์ สถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานี

💢 "รมช.วัชระพล" นำทีมกระทรวงเกษตรฯ ลุยปทุมธานี! ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประมงท้องถิ่น 💢


date 8 พ.ค. 2569    16   

🪷🪷🪷🪷🪷🪷🪷🪷🪷

📝วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569  เวลา 10.00 น. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่ วัดชัยสิทธาราม ต.กระแชง อ.สามโคก และ วัดมะขาม ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี โดยได้พบปะ รับฟังปัญหาจากกลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นคลองบ้านพร้าว กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นผู้ทำการประมงในแหล่งน้ำจืด กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเฝ้าระวังการทำประมงวัดโบสถ์ กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกลุ่มผู้ทำการประมงคลองวัดแจ้ง กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกลุ่มเกษตรกรรวมใจพัฒนา กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเครือข่ายเฝ้าระวังการประมงชุมชนวัดหงษ์ปทุมมาวาส กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น กลุ่มผู้ทำการประมงชุมชนร่วมจิตต์มุสลิม และยังมีกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากัด นอกจากนี้ ยังได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และมอบพันธ์สัตว์น้ำให้แก่ผู้นำชุมชนและผู้แทนองค์กรชุมชน ประกอบด้วยปลาตะเพียนขาว 200,000 ตัว ปลาอีกง 20,000 ตัว ปลาตะเพียนทอง 5,000 ตัว ณ ท่าน้ำวัดชัยสิทธาวาส ต.กระแชง อ.สามโคก และวัดมะขาม ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ ในแหล่งน้ำธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนประมงท้องถิ่น โดยมีนายรพีพงศ์ หน่วยจันทึก ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานี ท่านหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายศุภชัย นพขำ สส. ปทุมธานี เขต 2 เข้าร่วมให้ข้อมูลในพื้นที่

โดยรมช.เกษตรฯ กล่าวว่า “ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติในแหล่งน้ำลดลงอย่างน่าตกใจ การมาในวันนี้มีการปล่อยปลา ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเติมทรัพยากรธรรมชาติเข้าไปในแหล่งน้ำให้พี่น้องประชาชน ประชาชนได้ประโยชน์ สามารถจับกินได้ เหลือเอาไปขาย ถ้ายังเหลืออีก กรมประมงมีการอบรมให้ความรู้ในการแปรรูป เก็บไว้กินหรือขายต่อได้อีก เป็นการส่งเสริมอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนได้โดยตรง และยังได้รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน จากปัญหาน้ำมันแพง มีผลต่อราคาอาหารปลา และอื่น ๆ ก็จะได้นำข้อมูลไปหาแนวทางในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป”