ปกเว็บไซต์ สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี

🎏พด.สุพรรณบุรี จัดบูธการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ@กลุ่มแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่(ข้าว)เดิมบางนางบวช


date 17 มิ.ย. 2569    16   

📝วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เยี่ยมชม"ศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อนแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย"โดยคุณสวณีย์  โพธิ์รัง ประธานศูนย์กลุ่มแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ข้าว ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตรคาร์บอนต่ำ นำร่อง 8 จังหวัดภาคกลาง กว่า 50,000 ไร่ จัดโดยกรมการข้าว

  👉โดยมีนายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี รองอธิบดีด้านบริหาร กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมต้อนรับรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชาคริต  อินนะระ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ผู้อำนวยการกลุ่ม/ฝ่าย |นายองอาจ  นักฟ้อน ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี |ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินทั้ง 12 จังหวัด นายสุกรรณ์  สังข์วรรณะ หมอดินอาสาจังหวัดและหมอดินอาสาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สถานีในสังกัด สพข.1 ร่วมลงพื้นที่ให้การต้อนรับรัฐมนตรีและคณะฯ 

 โดยกลุ่มแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ (ข้าว) ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวชจังหวัดสุพรรณบุรี มีการจัดตั้งกลุ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 143 ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกถึง 6,000 ไร่ ปัจจุบันนางสวณีย์  โพธิ์รัง ประธานศูนย์กลุ่ม ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อบริหารจัดการการผลิตข้าวร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผนการผลิต จนถึงการเชื่อมโยงตลาดเพื่อจำหน่ายผลผลิต สอดคล้องกับนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรของรัฐบาล และแนวทางการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ และยังสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาภาคเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ สามารถขายคาร์บอนเครดิตให้กับบริษัทเอกชนที่เข้ามาร่วมโครงการ ในอัตราไร่ละ 500 บาท ตามระเบียบกติกาและใช้หลักการปฏิบัติตาม เทคนิค 4 ป. เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์จากแปลงนา ดังนี้

1)ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

 ใส่ปุ๋ยตามความต้องการของข้าวโดยอ้างอิงผลวิเคราะห์ดินในแต่ละพื้นที่ แทนการใช้สูตรสำเร็จรูปเดิม ๆ ป้องกันการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดก๊าซไนตรัสออกไซด์ นอกจากนี้ยังลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้โดยตรง

2)ปรับหน้าดินด้วยเลเซอร์

 ปรับระดับพื้นที่นาให้เรียบเสมอกัน ช่วยให้ระดับน้ำสม่ำเสมอทั่วทั้งแปลงการลดก๊าซฯ ลดปัญหาวัชพืชที่มักเกิดในที่ดอน ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนและทำให้การกระจายตัวของปุ๋ยมีประสิทธิภาพสูงสุด

3)เปียกสลับแห้ง (AWD:Alternate Wetting and Drying)

 ปล่อยให้น้ำแห้งสลับกับน้ำขังแทนการขังน้ำไว้ตลอดฤดู โดยควบคุมระดับน้ำให้ต่ำกว่าผิวดินประมาณ 15-20 ซม. จนดินแตกระแหงเล็กน้อย แล้วจึงให้น้ำกลับมาขังสูง 5 ซม.การลดก๊าซฯ: การสลับให้ดินสัมผัสอากาศช่วยเพิ่มออกซิเจน ซึ่งสามารถลดการสร้างก๊าซมีเทนจากจุลินทรีย์ในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจนได้ถึง 30% ทั้งยังช่วยให้รากข้าวแข็งแรงและประหยัดน้ำถึง 30-50%

4)ปราบวัชพืชและจัดการตอซังพืช

  การไถกลบตอซังและเศษฟางข้าวลงดินแทนการเผา หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายแบบไร้อากาศหากปล่อยทิ้งไว้

   ทั้งนี้ในส่วนสถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี ได้ร่วมจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การแปรสภาพตอซัง ฟางข้าวด้วยน้ำหมักชีวภาพ พด.2 ย่อยสลายฟางและการไถกลบตอซัง สำหรับผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ลดโลกร้อน พร้อมให้บริการน้ำหมักชีวภาพ พด.2 ให้กับเกษตรกรและผู้มาร่วมงานอีกด้วย ณ📍 กลุ่มแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่(ข้าว)ตำบลเดิมบาง เดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี

..........................

ข่าวประชาสัมพันธ์

📰Facebook : https://www.facebook.com/MordinSUPHAN/

🎥Youtube  : www.youtube.com/@สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี

🌐 Website : https://orgweb.ldd.go.th/spb

☎️ Phone   : 035-454081